Osaka-Kobe-Kyoto, Japan | #รีวิวญี่ปุ่น สงกรานต์ (April 2019)

การเดินทางครั้งนี้ มีสมาชิกทั้งหมด 6 คน แยกกันไป 4 สายการบิน จองไม่พร้อมกัน แต่ได้ไปด้วยกันแน่นอน~ ส่วนของเรา หลังกลับจาก ทริปที่แล้ว เดือนถัดมาเราก็จองโปร 0 บาทเลย จองข้ามปีอีกแล้ว!

  • Thai Airways การบินไทย ที่นั่งชั้นธุรกิจ Royal Silk Class แลกไมล์สะสม (BKK-ICN-BKK) ราคา 4,xxx บาท
  • Thai Airways การบินไทย ที่นั่งชั้นประหยัด (ICN-BKK) ราคา 9,xxx บาท
  • Asiana Airlines สายการบินสัญชาติเกาหลี ที่นั่งชั้นธุรกิจ จองผ่านเอเจนซี่ Ynotfly (BKK-ICN-BKK) ราคา 29,xxx บาท
  • Singapore Airlines ที่นั่งชั้นประหยัด จองตรง เปลี่ยนเครื่องที่สิงคโปร์ ขาไป 1 ชม. ขากลับ สามารถแวะเที่ยว Landmark ในเมืองได้ (BKK-KIX-BKK) ราคา 16,xxx บาท
  • Thai Air Asia X (DMK-KIX) อันนี้พีคสุด! เมื่อเดือน พ.ค. 61 จอง Flatbed ไป ราคา 10,xxx บาท ก่อนเดินทางไม่นาน สายการบินมีการเปลี่ยนเครื่องที่ใช้บินไฟล์ทนี้ และเครื่องนั้น ไม่มี Flatbed จ้า ทั้งนี้ สายการบินให้เลือกว่าจะ credit refund เต็มจำนวน หรือจะรับเงินส่วนต่างคืน เพียง 3,154 บาท 😤 ไม่ทันแล้วไง จะซื้อสายการบินอื่นก็แพงแล้วจ้าพี่จ๋า
  • ส่งท้ายจุก ๆ กับ Thai Smile (KKC-BKK-KKC) ขาละ 2,500 บาท

10 Apr 2019 | 14:10 DMK – KIX 21:55 เรามาถึงสนามบินดอนเมืองก่อนเคาท์เตอร์เปิดประมาณ 1 ชั่วโมง ถึงแม้จะได้สิทธิ์ Priority Check-In แต่ก็ต้องรอเคาท์เตอร์เปิดอยู่ดี ก็นั่งเล่นรอเวลากันไป พอเคาท์เตอร์เปิด พนักงานก็จะจัดเราเข้าเลนพรมแดง ปาดหน้าทุกคนไปเลยยยย

Priority Check-In ของ AisAsia นี้ สามารถใช้สิทธิ์ได้ทั้งจากการซื้อที่นั่งแบบ Premium Flatbed, การซื้อที่นั่งแบบ Premium Flex และการซื้อบริการ Red Carpet (Pre-book 1,000฿) ตัวนี้จะได้เข้า The Coral Executive Lounge ฟรีด้วยนะ (อ่านรีวิว Red Carpet + Lounge)

ถึงแม้เราจะโดนเปลี่ยนไปเป็นเครื่องที่ไม่มี Flatbed แต่เราก็ยังได้รับสิทธิ์เดิม คือ ขึ้นเครื่องได้ก่อนใคร อาหารร้อน+น้ำดื่ม (ข้าวเหนียวไก่ย่างเด็ดมาก!) น้ำหนักกระเป๋า 40 กิโลกรัมไม่จำกัดใบ แต่เราไม่ได้น้ำดื่มฟรีตลอดเหมือนที่ CC แจ้ง อีกทั้งแอร์ฯก็ไม่ค่อยมา Service โซนด้านหน้านี้ด้วย สงสัยผู้โดยสารไฟล์ทนี้จะเยอะจริง เดินทางช่วงสงกรานต์ก็งี้ 😌

ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้คุยกับ CC เรื่องการเปลี่ยนที่นั่งและสิทธิ์ต่างๆ เราเลือกที่นั่งแถวหน้าสุด คือ 1G,F ไป เพราะเครื่องเป็นที่นั่ง 3-3-3 เราอยากได้แถวกลาง เข้าออกได้สะดวก ก่อนบินลองเซิท Seat map โอ้โห! ห้องน้ำเลยจ้า พอทำ online check-in ที่นั่งก็เต็ม ย้ายไม่ได้แล้ว นั่งเฝ้านับคนเข้าห้องน้ำวนไป นี่ดีนะที่บินตอนบ่าย ไม่งั้นไม่ได้นอนอ่ะ พูดเลย 😱

สำหรับโรงแรม เราพักที่เดียวกันทุกคน Hotel Kinki ใกล้สถานี Osaka/Umeda ของเราเป็นห้อง Triple Room 3 เตียง จองผ่าน Agoda.com ตกคืนละ ~5,000 บาท ดูรีวิวโรงแรม และวิธีเดินทางไปโรงแรมได้ที่นี่ https://eif.nat.in.th/2019/04/25/hotelkinki-osaka

DAY 1 : Santa Maria – Temposan – Umeda Sky Building – Yakiniku Rikimaru

วันนี้เราใช้บัตร Osaka Amazing Pass 1 Day ราคา 2,500 เยน ซื้อที่ Travel Service Center ในสถานี OSAKA เราใช้วิธีมองหาสัญลักษณ์ ? และ ! แล้วเดินตาม เพราะสถานีใหญ่มากกก 😅

ตอนแรกจะซื้อที่ Airport เพราะจะได้ส่วนลดจากบัตรเครดิต JCB อีก 10-20% แต่เขาบอกต้องใช้ Passport ของทุกคน เรามาถึงไม่ทัน อดจ้า ต้องมาซื้อในเมือง

วิธีเดินทางไป Santa Maria และ Temposan ให้ลงที่ สถานี OSAKAKO (Chuo Line for COSMOSQUARE) ทางออก 1,2 จากนั้นเดินตรงมาเรื่อย ๆ จะเห็นชิงช้าสวรรค์ Temposan ให้เดินขึ้นบันไดทางซ้ายมือไป จะเห็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง และทางเข้า Santa Maria จะอยู่ขวามือ

โชว์บัตร OAP ที่ทางขึ้นเรือได้เลย พนักงานจะใช้เครื่องตี๊ด เป็นอันเสร็จ ส่วนด้านบนเรือมีห้องอาหารด้วย แต่เราขึ้นเรือช้า ที่นั่งติดกระจกเต็มหมดแล้ว อดนั่งชมวิวแบบอุ่น ๆ เลยอ่ะ แถมข้างนอกยังหนาวมากกก 💨💨 แดดก็ไม่ช่วย ลมแรงกว่าจ้า เราไปอากาศประมาณ 10 องศา หน้าชากันเลยทีเดียว

Santa Maria เที่ยวแรก 11.00 น. และออกทุก ๆ ชั่วโมง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://suijo-bus.osaka/english/santamaria/

ใช้เวลาล่องเรือประมาณ 50 นาที จากนั้นไปหาอะไรกินที่ Temposan Market Place ซึ่งก็อยู่ติด ๆ กันหมด มาที่นี่ที่เดียวอยู่ได้ทั้งวัน ที่กิน ที่เที่ยว ครบ 😆 ฟู๊ดคอร์ทที่นี่ดี อาหารหลากหลาย ราคาไม่แพง เรากินข้าวหน้าเนื้อสไลด์ กับข้าวปั้น 2 อย่างนี้รวมประมาณ 1,300 เยน

ไปต่อ ~ ขึ้นชิงช้าสวรรค์ Temposan Giant Ferris Wheel โชว์ OAP ที่ทางเข้าได้เลย ถ้ากระเช้าพื้นใส ต้องรอ 20 นาที ทางเรารอไม่ไหว ขอกระเช้าธรรมดา ได้ขึ้นทันที ลุยจ้า! กระเช้านึงได้ 6 คนพอดี พวกเราเลยขึ้นด้วยกัน ที่เห็นกว้าง ๆ นี่ ภาพจากเลนส์ Wide นะจ้ะ

ส่วนตัวเราคิดว่าวิวกระเช้า Temposan ดีกว่า Hive Five นะ เพราะอันนั้นอยู่ในเมือง เห็นแต่หลังคาตึก แต่ก็มีวิวเครื่องบินบินผ่านบ้าง ส่วน Temposan นี้อยู่ติดอ่าวโอซาก้า มองเห็น Universal Studio Japan ด้วยหละ

แอบเห็นตั้งแต่ล่องเรือแล้ว ขอแวะหน่อย Temposan Park ซากุระสีชมพูอ่อน ออกดอกเยอะเลย โชคดีมาก มาเที่ยววันแรกก็ได้เจอเลย 🌸 เสียดายที่ฟ้าปิด ไม่มีแดดแล้ว

เรากลับมาที่ สถานี Umeda (Midosuji Line for SHIN-OSAKA) เพื่อใช้ OAP ขึ้นตึก Umeda Sky Building แถวยาวมาก กะว่าจะมาชมพระอาทิตย์ตกดินซะหน่อย ฟ้าปิดซะงั้น 😅 และที่สำคัญ ถ้าใช้บัตร OAP ต้องไปก่อน 18.00 น. เท่านั้น

ต้องไปต่อแถวเพื่อรอคิวขึ้นลิฟต์ไปด้านบน รอนานพอสมควร ด้านบนมีร้านขายของที่ระลึก ร้านกาแฟ + เบียร์ คนนั่งชิล ๆ กันเพียบ

มีคล้องกุญแจด้วยจ้า 55555 น่ารักดี จัดพื้นที่สำหรับแขวนให้อย่างดี กุญแจก็คุมโทนไปอีก ดูไม่รกดี

ขากลับนี่เลย มุมที่เขาชอบถ่ายรูปกัน มันเป็นทางที่จะลงไปลิฟต์ และโอกาสมีเพียงครั้งเดียว อ้าวเครียดเลย ใครจะอยู่คนสุดท้ายล่ะ ต้องวางแผนนะ ห้ามยืนติดกัน ต้องมีระยะไว้ให้ถ่ายรูปนิดนึง 😆😆😆

เที่ยวมาทั้งวัน เพื่อฆ่าเวลารอสิ่ง ๆ นี้ 🤤 ร้านบุปเฟ่ต์ปิ้งย่าง Rikimaru เนื้อดีมากจ้าแม่ ไม่มีหรอกเนื้อแข็ง ๆ ที่มีน้ำแข็งเกาะ เพราะเขาทำใหม่ตลอด ฮือออ ดียยย์ และที่สำคัญเรามาถึงก็ได้โต๊ะเลย เห็นคนในกลุ่ม FB บอกต้องจองเป็นชั่วโมงแหนะ แต่เราเกิดมาเพื่อกันและกันโดยแท้!

ทางเราจัด Premium Buffet หัวละ 3,480 เยน และ Soft drink เติมไม่จำกัดอีกหัวละ 500 เยน คิดเป็นเงินไทยแล้ว ตกคนละประมาณ 1,300 บาท โคตรคุ้ม!! บอกเลยว่า ทางเราขอเนื้อเน้น ๆ ไม่มู ไม่ไก ไม่วานจ้า~

location: สถานี Shinsaibashi ทางออก 10 เดินตามถนนช็อปปิ้งมาเรื่อย ๆ พอเจอร้าน PABLO เลี้ยวซ้าย มองหาป้ายร้านสีดำ ๆ แล้วกดลิฟต์ขึ้นชั้น 4 โลด https://goo.gl/maps/zxdDVioatpu8yQGN6

DAY 2 : OSAKA CASTLE – KOBE

วันนี้เราไปปราสาท OSAKA CASTLE กัน ~ ตอนแรกกะว่าจะซื้อ Hanshin 1 Day Pass เพราะจะไป Kobe ด้วย แต่หาที่ซื้อไม่เจอ เลยเอาเป็นว่า ใกล้อันไหน ขึ้นอันนั้น ซึ่งก็ดีนะไม่ต้องบังคับตัวเองจนเกินไป

วิธีไป JR Osaka (Osaka Loop Line(Outer loop) for TENNOJI) ไปลงที่ สถานี Morinomiya ทางออก North Exit

เราเคยมาปราสาทโอซาก้าแล้วครั้งนึง ตอนนั้นเข้าฝั่งที่ metro ผ่าน ฝั่งนั้นจะมี Park กว้าง ๆ ที่เขาปูผ้านั่งฮานามิกัน ถ้าใครมาเราก็แนะนำให้มาลง สถานี Morinomiya ทางเข้าสวยกว่า มี Lawson, Starbucks ด้วย และที่สำคัญมีรถไฟสำหรับคนขี้เกียจเดิน 😄

ราคารถไฟ Round Trip 500 เยน แต่แนะนำให้ซื้อเป็นรายเที่ยวดีกว่านะ เพราะรอบรถค่อนข้างห่าง ตกรถไฟเพราะกินไอติมเนี่ย 😂 แต่ข้อดีคือเราจะได้เดินถ่ายรูปไปด้วย ชมซากุระสวย ๆ มีคนมาตั้งร้านปิ้งย่างในสวนนี้ด้วย เนื้อย่างโคตรหอม ฮานามิแบบจริงจังกันมาก ๆ

ตอนเรามาครั้งแรก ใช้ OAP ขึ้นไปด้านบนปราสาทด้วย (OAP ขึ้นฟรี ปกติ 300 เยน) ตรงระเบียงเขามีตาข่ายกั้น ก็เลยไม่รู้จะถ่ายอะไรดี 😌 มาครั้งนี้เราขอถ่ายจากมุมไกล ๆ ก็สวยเหมือนกันนะ

หิวแว้ววววว ไปกินเนื้อโกเบกัน~ วิธีเดินทาง นั่ง JR / Hankyu / Hanshin ได้หมด มาลงที่ สถานี Sannomiya หรือ Kobe-Sannomiya (สำหรับ Hanshin) และเนื่องจากเป็นสถานีใหญ่อีกแล้ว! แนะนำให้ถามทางออก จาก Information Center ว่า Steak Land Sunset Dori ออก Exit ไหน เขาก็สามารถบอกเราได้เลย ประหยัดเวลากว่าไปเดินหาเองตั้งเยอะ

ถึงแล้ว~ Steak Land ตอนแรกเดินเลยยยยไปอีกสาขา (คือควรเห็นสาขานี้ก่อนมั้ย แต่ป้ายสาขานั้นเด่นกว่าไง เราก็นึกว่าย้าย โถ่!) สาขานั้นเปิดอีกที 5 โมงเย็น แทบร้องไห้ หิวข้าวแฮง 😭😭😭 เลยเดินกลับมาเจอ เอ้า! ป้ายออกจะใหญ่โต เดินผ่านไปซะได้

ร้านนี้ Lunch จะราคาถูกกว่า Dinner ประมาณ 2-3 ร้อยบาท จำได้ไม่แม่นขออภัยจ้า หิวจนหน้ามืดตามัว สั่งมา 3 เมนู ความสุก Medium Rare คนละราคา ต่างกันที่ว่าได้เนื้อที่กรัม แต่ก็แยกไม่ออกหรอก 😂 ราคาสูงทีเดียว แต่ก็ได้เยอะนะ เวลากินนี่ค่อยๆเคี้ยวอย่างละเมียด นุ่มมาก ละลายในปากที่แท้! 😋

เซ็ทที่ราคา 6-7 พันเยน กับ 4 พันเยน ต่างกันแค่มีอาหารทะเล นอกนั้นได้เหมือนกันหมด (ข้าว, น้ำส้ม/ชา/กาแฟ, ไอติมชาเขียว) ดังนั้น ถ้าใครมา เราแนะนำให้สั่งจาน 4 พันเยนก็พอ กินแต่เนื้อ เนื้อเขาเด็ดมากจริง!

เราได้ที่นั่งบนชั้น 2 ร้านตกแต่งโทนสีทอง น้ำตาล หรูหรามากกก พอบิลออกมา หน้าตาตอนจ่ายเงินก็จะประมาณรูปสุดท้าย แซว ๆ นะจ๊ะ 😘

จากนั้นเราก็จะไปชมวิวอ่าวโกเบกัน ขึ้น JR ไปที่ สถานี Kobe ทางออก DUOKOBE26 ห้างเดินทะลุถึงกันหมด เราแค่จำว่าจุดหมายของเราคือที่ไหน แล้วตามป้ายทางออกไป นี่คือวิธีกันหลงทาง 5555

พอออกมา เราก็จะมองเห็น MOSAIC BIG FERRIS WHEEL อยู่ไกล ๆ ทางซ้ายมือจะเป็นห้าง umie สวยดี เป็นโครงกระจกสูง ๆ เห็นป้ายแต่ละร้านแล้วน่าพุ่งมาก!💨 ให้เราเดินไปตามถนน Kobe Lamplight Street ก็จะถึงอ่าวโกเบ

ตรงนี้จะเป็น Anpanman Children’s Museum & Mall ใกล้กันเป็นห้าง Mosaic และร้านอาหารเยอะเลย ระหว่างทางเจอน้อง corgi ด้วย ตัวอ้วนที่สุดดด น่ารักมาก 💕

DAY 3 : KYOTO, Arashiyama – Hōkanji Temple

วันนี้เราหาที่ซื้อเจอแล้วนะ HANKYU Tourist 1 Day Pass ซื้อที่ Hankyu Tourist Center โดยจุดหมายแรกคือ สถานี Arashiyama ซึ่งต้องเปลี่ยนสายที่ สถานี Katsura

มาถึงแล้ว~ เรานั่งขบวน Limited Express มาแหละ คิดว่านะ คือมันมีหลายแบบมากจ๊นนนน เราจำได้ว่าของเราสีแดง ๆ ดูป้ายบอกขบวน และชานชาลาที่สถานีต้นทาง ขบวนนี้มันดีตรงที่จะจอดแวะรับบางสถานีเท่านั้น ทำให้ถึงเร็วกว่านั่นเอง

สถานี Arashiyama เป็นเล็ก ๆ พอออกมาแล้ว ให้เดินตามคนหมู่มากไปเลยจ้า หนทางอีกยาวไกล และวันนี้ท้องฟ้าก็สดใสมาก แดดสุด ๆ ฝ้าถามหาเลย

แวะกินกาแฟร้านดังก่อน อิอิอิ % Arabica Kyoto Arashiyama ร้านเล็ก ๆ ริมแม่น้ำ บรรยากาศดีมาก แม่น้ำ ภูเขา ฮือออ เหมาะมาก แต่คนต่อคิวเยอะ เราจึงขอตัวแยกมากินกาแฟ และให้พี่ ๆ ไปป่าไผ่กันโลด 😅

สวนป่าไผ่ Arashiyama Bamboo Groves คนเยอะมากกกกก เดินตามกันไป ไม่หลงแน่นอน ใครถ่ายรูปได้นี่ต้องเป็นคนที่หามุมเก่งมากนะ เพราะคนเยอะแบบหลั่งไหลมาอย่างมหาศาล ไม่ใช่แค่ที่นี่หรอก ทุกสถานที่ท่องเที่ยวในเกียวโตเลย~

ช่วงนี้อินกับรถราง ขอลองนั่ง Randen Tram สายเดียวในเกียวโต 220 เยนตลอดสาย จาก สถานี Arashiyama ไปลงที่ สถานี Sai

จากนั้นเราข้ามถนนมาต่อ metro ที่ สถานี Saiin ไปลงที่ สถานี Kawaramachi สถานีปลายทางของ HANKYU Pass ที่เราใช้นั่นเอง โซนนี้คึกคักมาก เราแวะหาอะไรกินกันที่ Shinkyogoku นักท่องเที่ยว กับวัยรุ่นเยอะเลยล่ะ คาเฟ่ แฟชั่น และมีร้าน Purikura ที่ใหญ่มาก ๆ ด้วย

ที่จริงตั้งใจจะไปตลาด Nishiki Market แต่เดินไม่ถึง หิวก่อน 😅

หาอะไรกินเสร็จแล้ว ไปกันต่อที่ Hōkanji Temple อยู่ใกล้กับวัดน้ำใส

รอรถเมล์ สาย 207 ที่ป้ายรถเมล์ มีคุณลุงคอยจัดแถวให้คนขึ้นรถเมล์ด้วย เราต้องนั่งไปลงที่ป้าย Kiyomizu Michi บนรถมีจอบอกสถานี ดีงามมาก ไม่หลงแน่นอน แต่บนรถคือคนเยอะแน่นสุด โหนรถเมล์แบบชิด ๆ กันไปเลยจ้า ท้อแท้~~(1) หน้าตารถเมล์เป็นแบบนี้

พอลงรถเมล์ปุ๊บ ให้เดินย้อนกลับมา เข้าซอยแรกจะเจอวิวนี้ เราก็เดินไปเรื่อย ๆ เลย ทางซ้ายมือในรูปนี้ คือร้าน % Arabica อีกสาขา ร้านเล็ก คิวเยอะ เหมือนกัน วันนี้ท้องฟ้าสวยมากจริง ๆ

เดินตามคนมาเรื่อย ๆ ก็เจอร้านกาแฟ ชิคอีกแล้ว ROCCA & FRIENDS TRUCK กาแฟที่นี่ดี ไม่ขมมาก และนมก็ไม่เหมือนเมจิที่บ้านเราชอบใช้กัน เราชอบ กินง่าย แก้วที่ 2 ของวันแล้วจ้า

นี่ว่าแวะพักเยอะแล้วนะ พอเดินไปตามทางเรื่อย ๆ เราก็เจอบันได และเราก็เกิดความท้อแท้~~(2) ขึ้นอีกครั้ง… เรากลับหลังหัน เดินลงทางเดิมเลยจ้า 5555555 จากนั้นเราก็กลับไป Osaka และเดินเล่นช็อปปิ้งไปเรื่อย ๆ นั่นแหละ 😅

ภาพจาก google

DAY 4 : Kuromon Ichiba Market – Airport

วันสุดท้ายที่โอซาก้า ฝนตกเบา ๆ เรา Check-Out และฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรม ก่อนจะไปหาอะไรกินที่ Kuromon Ichiba Market ลงที่สถานี Nippombashi ทางออก 10 ไม่เหงาเลย คนไทยเยอะมาก นักท่องเที่ยวก็เยอะมากเช่นกัน

ปลาไหลอร่อยมากกกก~ เราว่าที่นี่ดีนะ มีป้ายบอกว่าห้องน้ำไปทางไหน มี Coin Locker และเขาก็จัด rest area ให้เราซื้อไปนั่งกินได้ ตลาดใหญ่ เราเดินไม่ครบหรอก คนเยอะมาก เยอะแบบไหล ๆ ตามกัน

จากนั้นเรากลับไปเอากระเป๋าที่โรงแรม และกลับมารอขึ้นรถบัสที่ Hotel New Hankyu เพื่อไปสนามบินคันไซ จากด้านในสถานีรถไฟฟ้าให้มองหาป้าย Airport Limousine ราคาคนละ 1,550 เยน จากภาพนี้ ตู้ซื้อตั๋วจะอยู่ทางซ้ายมือ

ทริปนี้เหมือนเป็นการท่องเที่ยวด้วยตัวเอง เชิงชะโงก 55555 เหนื่อยและหนาว เตรียมตัวรับสภาพอากาศไปไม่ดีเท่าไร มี Heattech แค่ตัวเดียว บอกเลยว่ามันช่วยได้มาก ๆ แว่นกันแดดก็ไม่ได้เอาไป เจออากาศแบบนี้เล่นเอาไม่อยากทำอะไรเลยจ้า พลาดแรง 😓

ดูรูปเพิ่มเติมของทริปนี้ได้ที่ Instagram @Eiffy.S และ @Nat.In.Th หรือที่ #EIFJP2019 นะ รูปสวย ๆ เยอะเลย😝

อ่านเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง